เหรียญทองประวัติศาสตร์

.. "กีฬาแห่งชาติ" กีฬาแห่งมวลมนุษยชนของชาติไทย หมายความว่ากีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนในประเทศไทย ที่แบ่งการปกครอง ดูแล เป็นจังหวัด และในแต่ละจังหวัดจะต้องมีนักกีฬา ทีมกีฬา ลงทำการแข่งขันเพื่อสร้างชื่อเสียง แสดงถึงความเจริญในด้านกีฬา ด้านความสามารถ ความสามัคคี ของคนในจังหวัดนั้นๆ โดยหลายชนิดกีฬา จะต้องเริ่มต้นแข่งขันกันตั้งแต่รอบคัดเลือก ที่แบ่งย่อยออกเป็น เขต ภูมิภาค เพื่อหาตัวแทนไปแข่งขันรอบสุดท้าย คือรอบมหกรรม ที่จะมีจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หรือ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพโดยใช้งบประมาณ ความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในจังหวัดอย่างมหาศาล เพื่อแสดงถึงศักยภาพ ขีดความสามารถของจังหวัดตน ..
.. นั่นคือเส้นทาง รูปแบบ ระบบการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับทีมที่จะประสบความสำเร็จ .. และ ฟุตบอล ก็คือกีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศ ได้รับความนิยมจากทุกชนชั้น อาชีพ มีการแข่งขันกันสูง ทำให้ทวีคูณความยาก และเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสามารถของกีฬา ในจังหวัดนั้นๆ และจัดให้เป็น "กีฬาใหญ่" เป็นไฮไลท์ของการแข่งขัน ..
ในอดีตนั้น ฟุตบอลกีฬาแห่งชาติอนุญาติให้ใครก็ได้ลงแข่งขันในนามจังหวัดใดก็ได้ ที่จะเลือกลงทะเบียนไปเล่นให้ก่อนแข่งล่วงหน้าไม่กี่วัน ทำให้จังหวัดที่ประสบความสำเร็จ คว้าเหรียญรางวัลมาคล้องคอนั้น จะเป็นจังหวัดที่มีผู้บริหารทีม สปอนเซอร์ ทุ่มทุน ลงแรงดึงนักกีฬาระดับชาติ ทีมชาติ มาลงแข่งขันให้จังหวัดของตนเพื่อสร้างชื่อเสียง ทำให้แชมป์ เจ้าของเหรียญทอง อาจจะมองออกตั้งแต่ส่งรายชื่อนักกีฬาทำการแข่งขันในรอบคัดเลือกแล้ว ..
แต่จากการพัฒนาของฟุตบอลไทย เรามีฟุตบอลอาชีพเข้ามาอย่างเต็มตัว นักเตะฝีเท้าดี มีความสามารถสูง ก็จะเข้ามาเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัว มีรายได้จากการเล่นให้ต้นสังกัดทั้ง 4 ระดับ คือ T1 T2 T3 T4 ตามลำดับ นักฟุตบอลอาชีพดังกล่าว ก็จะได้รับรายได้ที่มั่นคง รับการแข่งขัน และที่สำคัญ ได้พัฒนาฝีเท้า เกิดการแข่งขันตลอดทั้งปี จึงถือว่านักฟุตบอลอาชีพมีการพัฒนาตนเองในตัวอยู่แล้ว .. และเพื่อเพิ่มศักยภาพนักฟุตบอล ที่มีมากมาย เกินกว่าสโมสร รายการแข่งขันอาชีพจะรับผิดชอบได้ จึงได้ใช้ฟุตบอลรายการกีฬาแห่งชาติ พัฒนานักฟุตบอลเหล่านั้น โดยการกำหนดคุณสมบัตินักกีฬา ไม่อนุญาตให้นักฟุตบอลอาชีพ ทุกระดับ รวมถึงทีมชาติ ลงทำการแข่งขันในรายการนี้ ..
.. และนั่นคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ การแข่งขันฟุตบอลกีฬาแห่งชาติ ขาดอรรถรส ขาดความยิ่งใหญ่ ขาดประสิทธิภาพ ขาดความน่าสนใจไป .. แต่ว่าสิ่งที่ตามมาคุ้มค่ามากกว่า ฟุตบอลได้เปิดเวทีกว้างขึ้น ทุกคนมีโอกาสได้เล่น ได้สัมผัส และพัฒนาฝีเท้ากับการแข่งขันระดับชาติ เพื่อเป็นการต่อยอด ในการเข้าไปเป็นนักเตะอาชีพ เข้าไปเป็นตัวเลือก แข่งขันกับนักเตะสโมสร ที่มีส่วนรับการพิจารณารับใช้ชาติซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดของฟุตบอล มีโอกาสสร้างชื่อเสียง สร้างความภูมิใจให้ตัวเองและสังคมของตน .. การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เกิดความเข้มข้น สนุกสนาน ในอีกมิติหนึ่งของฟุตบอลไทย นักฟุตบอลทุกทีม ทุกจังหวัด มีขีดความสามารถเท่าๆกัน หรือ เรียกว่า เกรดเดียวกันในภาษาฟุตบอล .. ทำให้ยากในการที่จะเดาผลการแข่งขัน จัดทีมวาง ทีมเต็ง เพราะทุกทีมสู้กันอย่างสนุกสูสีกันทุกเกม .. และที่สำคัญไปกว่านั้น .. แชมป์ จะไม่ใช่ทีมที่มีนักเตะดีกรีทีมชาติ .. แชมป์ จะไม่ใช่ทีมที่ลงทุนดึงนักฟุตบอลมาเล่น .. แต่แชมป์ คือทีมที่มีการเตรียมความพร้อมมากที่สุด เหมาะสมกับเหรียญทองมากกว่าการแข่งขันแบบเดิม .. นักเตะส่วนใหญ่ เกิด ในจังหวัดนั้นๆ แทบทั้งหมด .. กองเชียร์ ผู้ติดตาม ประชาชนในจังหวัด รู้จัก มีส่วนร่วมกับนักกีฬาทุกคน ..
.. และการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งนี้ ของทีมฟุตบอลจังหวัดที่มีอานาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา หรือ เรียกว่าจังหวัดชายแดน .. ทีมฟุตบอลจังหวัด "สุรินทร์" สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติตลอดกาลของทีม คือการคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก .. หลังจากที่เคยทำได้สูงสุด คือ เหรียญเงิน ในการแข่งที่จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2537 จากการแพ้ในนัดชิงชนะเลิศให้กับนักเตะทีมชาติชุดดรีมทีม ที่ขนกันมาเล่นให้กับเจ้าภาพ และเราเองก็ยังใช้วิธีการดึงผู้เล่นจากจังหวัดอื่นมาเล่นด้วย อาทิเช่น ชูเกียรติ หนูสลุง (และนักเตะส่วนใหญ่มาจากจ.นครราชสีมา) ผสมกับนักฟุตบอลฝีเท้าฉกาจของสุรินทร์แท้ๆ ..
.. ซึ่งแน่นอน การคว้าแชมป์แบบใช้นักฟุตบอลเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวสุรินทร์แท้ๆ ในครั้งนี้ .. สามารถสร้างความภาคภูมิใจให้กับพี่น้องในจังหวัด นักเตะทุกคนเป็นลูก เป็นหลาน เป็นที่รู้จักมักคุ้นกับคนที่ชอบชมฟุตบอล เล่นฟุตบอลในจังหวีด และยิ่งมีการถ่ายทอดสดจากทางเจ้าภาพให้ชมกันถึงบ้าน ทำให้ทุกคน ทุกภาคส่วน รู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับผลการแข่งขัน และตลอดทุกวินาทีในการทำการแข่งขัน .. ซึ่งผลงานการสร้างประวัติศาสตร์หน้านี้ของทีมฟุตบอลชายจังหวัดสุรินทร์ ที่ทำให้อะไรหลายๆอย่าง กระแส ความนิยม การได้รับการยอมรับจากใครต่อใคร ทั้งใน และนอกวงการฟุตบอลจังหวัด .. อันซีนฟุตบอลชายแดน ขอยกเครดิตให้กับนักฟุตบอลและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ฝึกสอนทีม "โค้ชเบิ้ม" กิตติศักดิ์ มีเจริญ ที่พิสูจน์ตัวเอง และลูกทีม พร้อมรับรางวัล ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

.. ขอบคุณภาพประกอบจากฝ่ายประชาสัมพันธ์กีฬาแห่งชาติ "สงขลาเกมส์" และนิตยสารฟุตบอลสยาม

ความคิดเห็น