มือทอง สองพี่น้องเซราะกราว

.. โชเซ่ มูริญโญ่ .. อัฟราม แกรนท์ หรือแม้กระทั่งโค้ชคนไทยอย่าง น้าก๊อกพงษ์พันธ์ วงสุวรรณ ที่ทุกท่านรู้จักเป็นอย่างดีในนาม โค้ช ผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ระดับโลก จนมาถึงในวงการลูกหนังไทย ทั้งๆที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนในการประกาศชื่อนักฟุตบอลก่อนลงสนามในสมัยที่พวกเขายังหนุ่มๆ .. เพราะพวกเขาเหล่านี้ เกิดมาเพื่อเป็น "โค้ช" เกิดมาเพื่อเป็นวิศวกรลูกหนัง เป็นผู้ออกแบบ ปรุงแต่งนักฟุตบอลให้มีคุณลักษณะที่เหมาะสม เช่นเดียวกับบุคคลที่อันซีนฯ จะมานำเสนอในวันนี้

.. จังหวัดสุรินทร์ เป็นจังหวัดเดียวในเขตอีสานใต้ที่มีทีมฟุตบอลที่ใช้ชื่อจังหวัด ที่ยังโลดแล่นเล่นตอนสี่โมงเย็นในลีกล่างสุดของไทย ในขณะที่จังหวัดข้างเคียงที่อยู่ติดกันไล่ตั้งแต่ โคราช บุรีรัมย์ ข้ามไปศรีสะเกษ จนถึงอุบลราชธานี ทุกจังหวัดจะแข่งขันกันหลังหกโมงเย็นบนลีกสูงสุด สร้างชื่อเสียง รายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้พ่อค้าประชาชนในจังหวัดได้รับผลพวงไปทุกแผนกสาขา .. นั่นคือ"ทีมฟุตบอล" เกรด คุณภาพ ที่นำมาให้เป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่จะเข้าเรื่อง ความสามารถของบุคคล ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดแห่งนี้ ..
.. ออกไปจากตัวจังหวัดไปทางทิศเหนือบนถนนปัทมานนท์ เส้นทางที่จะเดินทางไปจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดที่มีทีมฟุตบอลที่เคยไปเล่นลีกรองอย่าง T2 มาแล้ว ยี่สิบกว่ากิโลเมตร คือ อำเภอจอมพระ และอำเภอแห่งนี้นี่เอง ที่อันซีนจะพาทุกท่านไปทำความรู้จัก "โค้ช" ที่มีฝีมือ และชื่อเสียงระดับนานาชาติให้รู้จักถึง สองคน .. และที่จะทำให้ทุกท่าน เซอร์ไพรส์ไปกว่าเดิมก็คือ ทั้งคู่ เป็นพี่น้องแท้ๆ คลานตามกันมา ..

.. จากพี่น้องที่ชื่นชอบฟุตบอลคู่หนึ่ง ใช้ชีวิตตามปกติ เรียน เล่นฟุตบอลเหมือนเด็กๆธรรมดาทั่วไป .. แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ผู้พี่อย่าง "ปรรณ สุขแสวง" มีมากกว่าเด็กๆทั่วไปคือ จิตวิญญาณในการเป็นผู้นำ .. และภาวะผู้นำที่เขามีอยู่เต็มตัวนี่เอง ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากคุณครูที่โรงเรียนบ้านจอมพระที่เขาใช้เป็นที่บ่มเพาะความรู้ตอนชั้นประถมศึกษา ให้เขาเป็นผู้ฝึกสอนรุ่นน้องชั้น ป.2 แทนคุณครู ตั้งแต่เขาเรียนอยู่ชั้นป.6 เลยทีเดียว .. แต่ใครจะไปรู้ รวมถึงตัวเขาเอง ว่างานนี้ คืองานโค้ชงานแรกของโค้ชอะคาเดมี่สโมสรชั้นนำของไทยในปัจจุบัน .. เพราะหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ทั้งเล่นเอง ฝึกสอนน้องๆ หรือแม้แต่พี่ๆ ในชุมชน หมู่บ้าน เพื่อให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการกับกีฬา 5 หมู่บ้านเท่านั้น .. แต่ โค้ช ก็ยังเป็นโค้ช ด้วยภาวะผู้นำที่เปี่ยมล้น ทำให้ ปรรณ หรือ โค้ชดุล(ชื่อเล่น)ของชุมชน ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ปกครองชุมชนอย่างเต็มตัว เมื่อในวันที่เขามีครบทั้ง คุณวุฒิ และวัยวุฒิ  ในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.จอมพระ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ .. ทำให้เขามีโอกาสที่จะจัดการทีมฟุตบอลของตัวเองได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ผู้ใหญ่ปรรณ มีโอกาสตระเวนพาเด็กๆในคาถา ไปร่วมคัดตัวในสโมสร หรือ อะคาเดมี่ชื่อดังต่างๆ ที่ออกมาหาช้างเผือกหลายๆสนาม ทั้งใกล้ ไกล จนเกิดความรู้ ประสบการณ์ รู้ว่านักฟุตบอลที่เป็นที่ต้องการของทีมใหญ่ จะต้องมีคุณลักษณะอย่างไร แล้วก็กลับมาปรับปรุง แก้ไข ลองผิดลองถูก ศึกษาด้วยตนเอง จนประสบความสำเร็จครั้งแรก จากโครงการของ JMG ที่ได้มาคัดเลือกเด็กเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีที่ขอนแก่น .. เด็กบ้านจอมพระของผู้ใหญ่ปรรณ ติด 1 ใน 6 จาก กว่า 600 ชีวิตที่เดินทางมาคัด เข้ารอบสุดท้ายต่อไป .. ความสำเร็จในครั้งนี้นี่เอง ที่ทำให้ผู้ใหญ่ปรรณ มีความมั่นใจมากขึ้นในการทำอาชีพโค้ช

 .. แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้ เพราะโปรไฟล์ส่วนตัวของผู้ใหญ่ปรรณ ทำได้แค่สมัคร แต่ไม่มีชื่อเข้าร่วมอบรม C- License ที่จังหวัดเลย ที่เขาตั้งใจจะไปรับความรู้เพื่อมาต่อยอดครั้งแรก .. ความผิดหวังเกิดขึ้นมาทันที แต่สวนทางกับความ"พยายาม" ในตัวเขา .. ผู้ใหญ่ปรรณรวบรวมผลงานทั้งหมด นำเสนอข้อมูล เพื่อสมัครอบรมเพิ่มความรู้ในโครงการเดียวกัน เป็นครั้งที่สอง แต่เปลี่ยนมาเป็นที่ ชลบุรี .. และคราวนี้ ชื่อของปรรณ สุขแสวง ก็ขึ้นทำเนียบพร้อมๆกับ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ ทีมสโมสรชั้นนำ เข้าร่วมฝึกอบรมพร้อมกัน จนจบหลักสูตร .. ภาวะผู้นำ ที่เหมาะสมกับการทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนกีฬา ทำให้ผู้ใหญ่ปรรณ เป็นที่เตะตา เตะใจ จากบรรดาวิทยากรที่มีประสบการณ์ ที่มาทำหน้าที่ในคราวนั้น

.. หลังจบหลักสูตร เขาก้าวมารับความท้าทายแรก ด้วยการเข้ามาจับเผือกร้อน กับสโมสรในบ้านเกิดอย่าง สุรินทร์ซิตี้ แต่ก็เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพราะผู้ใหญ่ปรรณ มีชื่อติดลมบนในรุ่นที่ไปอบรมด้วยกัน ทำให้มีการทาบทามจาก อะคาเดมี่ที่มีแผนการทำทีมที่จริงจัง กล้าเสียอย่าง "พัฒนากอล์ฟคลับ" จังหวัดชลบุรี ที่เจียดที่ดินที่มีอยู่ 1,200 ไร่ แบ่งมาทำทีมฟุตบอล และจะมีทีมฟุตบอลอาชีพบนจังหวัดชลบุรีอีก 1 ทีมในอีก 5 ปีข้างหน้าให้ได้ .. ผู้ใหญ่ปรรณ ตอบรับข้อเสนอสุดสวยที่บอกว่าจะรับเด็กๆบ้านจอมพระเข้าไปร่วมทีมด้วยตามที่ผู้ใหญ่ปรรณจะหอบมา .. ดีลนี้จบลงพร้อมๆกับการสิ้นสุดวาระการเป็นผู้ใหญ่บ้านในปี 2555 ทำให้ ไม่มีผู้ใหญ่ปรรณ ในบ้านจอมพระ .. แต่กำเนิด "โค้ชดุล" ชื่อเล่นที่เด็กๆเรียกกันติดปาก ทั้งในสโมสรพัฒนากอล์ฟคลับ และที่บ้านจอมพระ ขึ้นมาแทน .. ด้วยฝีไม้ลายมือ ประสบการณ์ ผลงานที่โดดเด่น ในการทำฟุตบอลเยาวชนทีมพัฒนากอล์ฟคลับ โค้ชดุล ก็ได้รับการทาบทามอีกครั้งจาก สุดยอดสโมสรไทยที่ประกาศตัวว่ากำลังจะปูพื้นฐานตั้งแต่ยุวชนอย่างจริงจังในขณะนั้นอย่าง "บุรีรัมย์ยูไนเต็ด" .. และเหตุผลที่มีน้ำหนักมากที่สุดของโค้ชดุล ที่ตัดสินใจตกลงมาทำหน้าที่ปั้นดินให้เป็น ดาว กับปราสาทสายฟ้าคือ การได้อยู่ใกล้บ้าน นั่นเอง และในตอนนี้ ขณะนี้ โค้ชดุล หรือ ปรรณ สุขแสวง คือผู้ดูแลลูกเจี๊ยบ รุ่น U12 และ U13 ส่งไม้ต่อมาหลายต่อหลายรุ่น พร้อมกับ ผ่านการอบรม B-License และล่าสุด เจ้าตัวบอกว่า รอการประกาศผลสอบ A-License ที่เพิ่งอบรมผ่านมาหมาดๆ

.. แต่นอกจากความสำเร็จของตัวเองบนเส้นทางผู้ฝึกสอนแล้วนั้น ในช่วงที่โค้ชดุลเพิ่งจบ C-License ใหม่ๆ ก็ได้ชักจูง วุฒิ สราวุฒิ สุขแสวง น้องชายแท้ๆ ที่ตัวเองฝึกฝนมากับมือตั้งแต่รับงานโค้ชครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านจอมพระ ที่วุฒิ อยู่ชั้นป.2 และเด็กชายปรรณผู้ฝึกสอนอยู่ชั้นป.6 ทำหน้าที่แทนครู ให้เดินตามเส้นทางของตน จน วุฒิ ตามมาประสบความสำเร็จไม่แพ้พี่ชายในเส้นทางโค้ช และปัจจุบัน "โค้ชวุฒิ" สราวุฒิ สุขแสวง น้องชายแท้ๆ ของ ปรรณ สุขแสวง ได้รับความไว้วางใจจากสมาคมฟุตบอลฯ ให้ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนนักฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี

.. ถือเป็นสุดยอดมือทอง ในเขตชายแดนกัมพูชา ที่อันซีนชายแดนกัมพูชา ได้นำมาเสนอต่อทุกท่าน ในวันนี้



ความคิดเห็น