คลาสสิค แม็ท

.. ถ้าจะถามหาทีมที่ยิ่งใหญ่ มีตำนานมายาวนาน ประสบความสำเร็จมากมาย ในวงการฟุตบอลไทย คงต้องนึกถึง ราชประชา ราชวิถี กสิกรไทย ทหารอากาศ ทหารบก ตำรวจ .. ซึ่งทุกทีมที่กล่าวมา กำเนิดขึ้นก่อนที่มีการแข่งขันในระบบลีกเสียอีก .. แต่พอมีการแข่งขันแบบลีก มีการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารจัดการ ก้าวสู่สากลมากขึ้น มีการแข่งขัน การตลาด แฟนบอลให้ความสนใจมากขึ้น .. ทีมเหล่านั้นก็เริ่มเลือนราง ชื่อเริ่มไม่คุ้นกับแฟนบอลสมัยใหม่ เพราะการบริหารทีมแบบการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ ใช้ไม่ได้กับการแข่งขันฟุตบอลลีก ..
.. แต่ทีมที่เริ่มต้นได้ถูกต้อง เหมาะสมกับฟุตบอลลีก มีโครงสร้างทีม การจัดการบริหารที่สอดคล้องกับการแข่งขันลีก และอาจจะกลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ตลอดการ มาแทนที่ทีมในตำนานที่ก่อตั้งมาก่อน คงหนีไม่พ้นทีมที่มาจาก ไทยแลนด์โปรวิลเชียลลีก ลีกซึ่งกำเนิดทีมจังหวัดให้กลายเป็นทีมอาชีพแบบเต็มตัว ด้วยบริบทของจังหวัด ที่มีโรงเรียนประถม มัธยม หรือบางจังหวัดมีโรงเรียนกีฬา สถาบันการพลศึกษา .. สิ่งเหล่านี้กลายเป็นโครงสร้างของทีมฟุตบอลอย่างอัตโนมัต มีแหล่งผลิตนักฟุตบอลเองแบบไม่ต้องลงทุน ต่างจากทีมสโมสรใหญ่ๆ ที่ต้องใช้ทุนมหาศาลในการหานักเตะมาร่วมทีม .. แต่ถึงแม้จะมีโครงสร้างที่ดี มีแนวโน้มในระยะยาวที่ดีกว่า ทีมจากโปรวิลเชียลลีกก็ยังเหลือไม่กี่ทีมที่โลดแล่นบนลีกสูงสุดแบบขาประจำ ถึงขั้นลุ้นแชมป์ ลุ้นอันดับไปเล่นถ้วยเอเชีย .. ศรีสะเกษเมืองไทย เอฟซี และ ชลบุรี เอฟซี คือ สองทีมจากโปรวิลเชียลลีก ที่สร้างตัวเอง และพาตัวเองมาต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ ได้อย่างสนุกสูสี ได้เกือบทุกๆฤดูกาลของไทยพรีเมียร์ลีก .. จนกระทั่งเมื่อสองวันที่ผ่านมา เกมคลาสสิคแม็ท ก็เกิดขึ้นที่สนามกีฬากลางจังหวัดศรีสะเกษ "ศรีนครลำดวน" ทำไมถึงเป็น คลาสสิคแม็ท 😯😯 เพราะก่อนแข่งวันนี้ เจ้าบ้านมีผลงานที่เป็นรองทีมเยือนแบบสูดกู่ ที่จะมีพอให้คุยทับทีมเยือนได้ก็ต้องย้อนไปดูผลงานปีแรกในการแข่งขันฟุตบอลโปรวิลเชียลลีกนู่นเลย เพราะ ศรีสะเกษคว้าแชมป์มาได้อย่างยิ่งใหญ่ .. แต่ก็นานมาก นานจนนักเตะชุดนั้นของทั้งสองทีม กลายไปเป็นโค้ช หรือทำงานด้านอื่นไปหมดแล้ว .. หลังจากศรีสะเกษคว้าแชมป์ครั้งนั้น ชลบุรีก็จ้ำหนี พัฒนาทีมทุกรูปแบบ หนีกูปรีไปหลายช่วงตัว ชลบุรีเอฟซี ลุ้นแชมป์กับ เมืองทอง บางกอกกลาส หรือบุรีรัมย์ที่มาใหม่ .. แต่ศรีสะเกษ ลุ้นหนีตกชั้น ทีมมีปัญหาภายใน .. นี่คือความแตกต่างที่ผ่านมา .. จนถึงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โปรแกรมไทยลีกที่หลังจากพักให้กับ คิงส์คัพ เพื่อให้ทัพช้างศึกได้ไปขึ้นเถลิงแชมป์ที่หายไปเก้าปี .. ก็กลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง .. กูปรี ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฉลามชล .. ทุกฝ่ายมองว่า ชลบุรีดีกว่า มีนักเตะทีมชาติที่กำลังห้าวเป้ง ทั้งเกริกฤทธิ์ ทวีการ ประกิต ดีพร้อม และผู้เล่นแนวหน้ามากมาย .. สถิติคงต้องเป็นรองอีกต่อไปแน่ หลังจากจบแม็ทนี้ แต่ก็ต้องสู้ สู้ให้ถึงที่สุด .. และสุดท้าย ความคลาสสิค ประวัติศาสตร์ ต้องเปลี่ยนไป เมื่อเหตุการณ์ในสนาม ทำให้เป็นเช่นนั้น .. ฟรีคิกจากเกือบกลางสนาม โรยเข้ามาให้เจ้า ดัมมี่ ศูนย์หน้าเลือดกูปรีแท้ๆ เข้าชาร์จพลาด และก็กลายเป็นดาบสองของ จ่ากี้ กองหลังชาวสุรินทร์บ้านใกล้ ที่เพิ่งย้ายจาก ราชนาวี มาซบกูปรีในฤดูกาลนี้ แปด้วยซ้าย บอลข้ามตัว ชนินทร์ แซ่เอียะ เข้าประตูไป ผู้บรรยายประกาศชื่อ คมสันต์ เมินดี ให้แฟนกูปรีได้เฮ เสียงดังถึง อำเภอปราสาทจังหวัดสุรินทร์ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ จบเกมเจ้าบ้านต้อนไป 1-0 ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกใหม่ของแฟนคลับ บางคนอุทานออกมาว่า "นี่เราชนะฉลามได้เป็นครั้งแรกหรือ" สร้างความสุข และมิติใหม่ให้กับแฟนบอลทั่วประเทศได้อย่างดี .. 
.. ผลการแข่งขันในวันนี้ ทำให้ทั้งสองทีมที่มาจากโปรวิลเชียลลีก มีมาตรฐานขยับใกล้เข้าหากันมากขึ้น และที่สำคัญ เป็นการขยับขึ้นมาเทียบกับทีมชั้นนำ .. อีก 10 ปี 50 ปี หรือ 100 ปี ต่อจากนี้ ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย อาจจะเป็นทีมที่เริ่มต้นได้ถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลาอย่างสองทีมนี้ก็ได้ .. 

ความคิดเห็น