3 แข้งชายแดน ในนามทีมชาติไทย U21

.. สุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ .. นี่คือคำขึ้นต้นของคำขวัญประจำจังหวัดสุรินทร์ ดินแดนแห่งวัฒนธรรม ประเพณีที่หลากหลาย เช่นเดียวกับภาษาที่ใช้ ที่นอกจากภาษากลางแล้ว ยังมีภาษาเขมร ส่วย ลาว และทั้งหมดก็สามารถสื่อสารและใช้ชีวิตร่วมกันได้เป็นอย่างดี .. นอกจากถิ่นช้างใหญ่ ที่ถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง .. มีการจัดงานให้กับ ช้าง อย่างยิ่งใหญ่ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ของทุกๆปีแล้ว .. ยังเป็น "ถิ่นช้างเผือก" ที่ผลิตนักกีฬาหลากหลายประเภท สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเล็กๆมาโดยตลอด อาทิเช่น ปวีณา ทองสุข เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิค บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยไทยไฟต์ ที่ใครๆก็รู้จักไปทั่วโลก .. 
.. แต่ที่อันซีนชายแดนไทย-กัมพูชา จะนำเสนอให้ทุกท่านได้สัมผัส และรู้จักในวันนี้คือ นักฟุตบอลเลือดสุรินทร์แท้ๆ ที่กรูกันไปคว้าธงไตรรงค์มาติดหน้าอกพร้อมกันถึง 3 คน ในรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ที่ไทยจะส่งไปแข่งขันในรายการ เนชั่นคัพ ที่มาเลเซียในปีนี้ .. เรามารู้จักพวกเขากันเลยดีกว่า .. 
.. คนแรกนี้ อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันมาพอสมควรแล้ว เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย และด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง ใจถึงมากกว่าอายุ ทำให้แฟนบอลไทยรู้จัก "เจนรบ สำเภาดี" เป็นอย่างดี .. เด็กน้อยคนนี้ เป็นชาวอำเภอรัตนะบุรี โดยได้เข้าไปศึกษาวิชาลูกหนังกับยอดทีมขาสั้นอย่างกรุงเทพคริสเตียน ตั้งแต่วัยเยาว์ .. และด้วยสรีระที่สูง ใหญ่ บวกกับความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีความรับผิดชอบสูง ผลตอบแทนก็คือ ได้เล่นฟุตบอลอาชีพ จากทีมกรุงเทพคริสเตียนใน ดิวิชั่น 2 จนข้ามมาเล่นในไทยลีก กับทีมพันธมิตรอย่าง Bec เทโรฯ และฟอร์มก็สะดุดตาโค้ชทีมชาติ ตั้งแต่อายุ 17 ปี และถือเป็นเพชรเม็ดงาม ของวงการฟุตบอลไทยเลยทีเดียว

.. รายต่อไปเป็นเด็กหนุ่มกตัญญูจนได้ดี จากอำเภอโนนนารายณ์ เจ้าเอ็กซ์ "กิตติพงษ์ วงมา" ศูณย์หน้าเพชรฆาต ของทีมยักษ์แสด อุดรธานี เอฟซี .. กิตติพงษ์ เติบโตมาจากครอบครัวชาวนา มีพ่อแม่ เป็นชาวนา ทำนาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แต่ด้วยใจรัก และฝีเท้า ที่ไม่อาจเอาไปทำนาได้ เขาจึงใช้สิ่งเหล่านี้พาตัวเองมาคัดทีม ไพรมินิสเตอร์ กับ อ.อธิชา มีสิทธิ์ ยอดโค้ช จ.สุรินทร์ ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เขาได้รับโอกาสจากครูป๋อง ทั้งรายการ PM และโค้กคัพ ในนาม จ.สุรินทร์ ก่อนที่จะเลือก สถาบันการพลศึกษา จ.ศรีสะเกษ ในการไปต่อยอดเป็นนักเตะอาชีพ .. ด้วยความคล่องแคล่ว ขยัน มีวินัย ปีแรกที่ไป เขาก็ได้รับใช้ ลำดวนเพลิง ในทีมน้อง และใช้เวลาแค่ปีเดียวก็สามารถ ซื้อใจโค้ชหนุ่ย เฉลิมวุฒิ สง่าพล ที่พาเข้ามาเล่นไทยลีกกับทีมพี่อย่าง ศรีสะเกษเอฟซี ก่อนที่ฟอร์มจะเตะตา ซิโก้ นายใหญ่ทีมชาติไทย เรียกเข้ามาทดสอบฝีเท้าในเกมระดับชาติ ในทีม ออลสตาร์ไทยลีก แข่งนัดพิเศษ กับ เรดดิ้ง .. แม้วันนี้ เจ้าตัวจะกลับมาเล่นใน ดิวิชั้น 2 กับอุดรธานี แต่ด้วยฝีเท้า ก็ไม่เป็นที่ปฏิเสธของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ชุดนี้ และถึงแม้จะเป็นนักเตะชื่อดัง มีตังค์เยอะ แต่ทุกครั้งที่โค้ชให้กลับมาพักผ่อน เขากลับไปช่วยพ่อแม่ทำนาทุกครั้ง เหมือนกับตอนเป็นเด็ก ..
.. มาถึงรายสุดท้าย ที่ค่อนข้างจะเซอร์ไพรส์แฟนบอลกันพอสมควร เพราะเป็นการก้าวมาติดทีมชาติครั้งแรกของ เจ้ากวนอู "เหมันต์ กิตติอำไพพฤกษ์" และนอกจากจะติดทีมชาติเป็นครั้งแรกแล้ว กวนอูยังไม่เคยขึ้นมาเล่นในไทยลีกเลย และนั่นอาจจะเป็นแรงบวก ที่คอยเติมเต็มให้เขา เพราะการเป็นตัวหลักในลีกล่าง ถือเป็นการเสริมสร้างกระดูก ประสบการณ์ ได้สัมผัสเกมทุกสัปดาห์ และด้วยอายุยังน้อย จึงยากที่จะไปยึดตำแหน่งตัวจริงในลีกใหญ่ เข้าข่ายเป็นหัวสุนัข ดีกว่าเป็นหางราชสีห์เลยทีเดียว .. กวนอู ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของคุณพ่อ ทรงกานต์ กิตติอำไพพฤกษ์ อดีตนักฟุตบอลจังหวัดสุรินทร์ และปัจจุบันยังเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของ สุรินทร์ซิตี้ ด้วย .. ด้วยฐานะทางครอบครัวของ กวนอู ค่อนข้างที่จะพร้อม ทางบ้านประกอบธุรกิจเกี่ยวกับแก๊สหุงต้ม ที่มีชื่อเสียงในจังหวัด ทำให้ไม่มีใครคิดว่า "อาตี๋" บ้านนี้ จะมาต่อสู้กับ ฟุตบอล ที่ต้องลงแรง มากกว่าลงทุน .. กวนอู เริ่มฝึกฟุตบอลกับ อ.สมบูรณ์ ที่ รร.อนุบาลสุรินทร์ แต่ด้วยยิ่งเล่น ยิ่งกระหาย สิ่งที่มีเริ่มไม่พอ กวนอูจึง หิ้วสตั๊ด ข้ามโรงเรียน มาขอให้ ครูเก้ และ ครูเมย์ แห่ง รร.เมืองสุรินทร์ ซึ่งถือว่าทั้งคู่เป็นมือปั้นชั้นดี สร้างนักฟุตบอล ติดธงในรุ่นเยาวชนอยู่เรื่อยๆ .. จนมีโอกาสคว้าแชมป์รายการ PM ในรุ่น 12 ปี ในทีมของโค้ชทั้งสอง ก่อนจะส่งต่อให้ อ.จงกิจ เพิ่มทรัพย์ ต่อในรอบตัวแทนจังหวัด .. หลังจากจบรายการนี้ กวนอู ก็เข้ามาคัดเลือกโควต้านักฟุตบอล ที่ รร.ชลราษฎรบำรุง จ.ชลบุรี .. และสถานที่แห่งนี้เอง ที่เป็นแหล่งเพาะบ่มเจ้ากวนอู อย่างเต็มตัวในวัยหนุ่ม กวนอูก้าวมาเล่น ฟุตบอลเยาวชนโค้กคัพ,PM ให้กับทั้ง ชลบุรีเอฟซี พัทยายูไนเต็ด คว้าแชมป์ รองแชมป์ สลับกันไปหลายครั้ง เพราะเริ่มเล่นตั้งแต่อายุน้อย .. ก่อนที่จะตัดสินใจ เลือก พานทองเอฟซี ในลีกดิวิชั่น 2 เป็นสโมสรที่เล่นอาชีพเป็นสโมสรแรก .. และปัจจุบันก็ ย้ายมาอยู่กับ แบงค็อกเอฟซี .. ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ และ แบ็คซ้าย .. จนมีชื่อร่วมก๊วนกับ 24 นักเตะทีมชาติไทย ชุดเนชั่นคัพ ที่จะเรียกเก็บตัวฝึกซ้อมในสัปดาห์นี้ ..
.. และนี่คือทั้ง 3 ความภูมิใจ ของชาวสุรินทร์ ซึ่งถือว่าเป็นสายเลือดใหม่ และยังมีอีกหลายต่อหลายราย ที่ช่วงนี้ อยู่ในการเคี่ยวเข็น ของโค้ช ที่เด็กสุรินทร์เลือกที่จะไปเรียนรู้ด้วย .. อันซีนชายแดนไทย-กัมพูชา ยังเชื่อว่า ฝีเท้า รากฐาน ผู้ฝึกสอน บุคคลากรในจังหวัด ยังมีความรู้ความสามารถ พอที่จะขัดเกลาลูกหลาน และส่งต่อไปยังที่ ที่เหมาะสมในเส้นทางนี้ได้ .. ขาดแต่เพียงการประสานงาน และปัจจัยอื่นๆที่เข้ามาสอดแทรกเท่านั้น ที่ทำให้ทีมฟุตบอลของตัวเอง ยังไม่โตสักที .. 



ความคิดเห็น